Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

ความฝันของเธอ

ArjanPong | 20-01-2562 | เปิดดู 348 | ความคิดเห็น 0

   

ชื่อจริง : ผ่องศรี วรนุช
ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีลูกทุ่ง) ปี พ.ศ. 2535
เกิด : 5 มิถุนายน พ.ศ. 2481 (80 ปี)
ที่เกิด : อำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท
ผ่องศรีมีรายได้เลี้ยงชีพ และสามารถเก็บเล็กผสมน้อยจนได้เงินจำนวนหนึ่ง และได้นำเงินก้อนนี้ไปซื้อเพลง “หัวใจไม่มีใครครอง” ของสุรพล พรภักดี เพื่อบันทึกแผ่นเสียงของตนเองเป็นเพลงแรกในชีวิตเมื่อปี 2498 โดยมีครูมงคลเป็นผู้เรียบเรียงเสียงประสานให้

สำหรับชีวิตครอบครัว ผ่องศรี วรนุช เคยใช้ชีวิตอยู่กับเทียนชัย สมยาประเสิรฐ นักร้องนักแต่งเพลงลูกทุ่งชื่อดัง ก่อนที่จะเลิกรากันไป และต่อมาได้มาอยู่กินกับ ราเชนทร์ เรืองเนตร นักดนตรีชื่อดัง จนราเชนทร์ เสียชีวิตไปในปี 2541 โดยไม่มีทายาทแต่ประการใด ปัจจุบัน พักอยู่ที่บ้านย่านพุทธมณฑลสาย 5

 

เป็นหัวหน้าวง ซึ่งนับว่าเป็นวงใหญ่ตระการตา ในปี พ.ศ 2514

 

ชูจิตร ทองเเย้ม นักร้องประจำวง ที่ สถานีวิทยุ ปชส.7

 

กับ สุรพล สมบัติเจริญ ที่โคราช ในขณะที่ในเวลานั้นทั้งคู่ทะเลาะเเละโกรธกันเเทบตาย เเต่เเฟนเพลงบังคับให้กอดกันให้ดูหน่อย

 

ทีมเต้นชาย(หางเครื่อง)ของวงผ่องศรี วรนุช จากซ้ายไปขวา ดวงพร/สายัณห์ สัญญา/ชู/เเขก

 

*** ข่าวพลังภูผา..***
ความใฝ่ฝันของเธอ..
www.arjanpong.com
#ลูกทุ่ง #ผ่องศรีวรนุช #ธรณีสัณฑะฆาต
"นี่เเม่หนู..นี่ใช่เเม่ของพวกเธอหรือเปล่าล่ะ? ลุงเห็นนอนสลบไสลอยู่ในเรือ ถามเขาไปทั่ว ก็เลยลากจูงมาส่งให้ถึงที่นี่ ทำไมถึงปล่อยให้เเม่พายเรือไปขายของคนเดียวอย่างนี้ล่ะลูก?...."

เสียงดุๆของลุงวัยกลางคนที่ไว้หนวดหนาเหนือริมฝีปากได้เอ่ยขึ้น หลังจากที่ได้ลากเรือของเเม่ที่ออกไปขายของตั้งเเต่ 6 โมงเช้า เพิ่งจะได้กลับมาก็ตอน 3 ทุ่มนี่เอง พี่น้องทั้งหญิงทั้งชาย รวม 6 คน ต่างก็พากันตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้า ต่างพากันกุลีกุจอนำร่างของเเม่ขึ้นมาไว้บนบ้านที่เป็นเเพไม้ไผ่ ที่ปลูกอยู่ริมเเม่น้ำเจ้าพระยา เเถวคุ้งสำเภา มโนรมย์ ชัยนาท กันอย่างจ้าละหวั่น เด็กๆทุกคนรู้ดีว่าช่วงที่เเม่ออกไปขายของในตอนขาไปนั้น ไม่สู้จะลำบากลำบนซะเท่าไหร่ สาเหตุมาจากเป็นการพายเรือขายของตามน้ำ เเต่อีตอนพายเรือขากลับนี่น่ะฃิ.....เเม่ต้องพายทวนน้ำ!!.......

ภาพของเเม่ที่ยังอยู่ในความทรงจำของเธออยู่ตลอดเวลา มันเป็นภาพของหญิงสู้ชีวิตบ้านนอกๆคนหนึ่ง ที่ไม่เคยสัมผัสกับคำว่าความสุขเลยสักครั้งตลอดเศษเสี้ยวหนึ่งของลมหายใจ เเม่เป็นคนบางปลาม้า สุพรรณบุรี ส่วนพ่อก็เป็นตำรวจอยู่มหาราช พระนครศรีอยุธยา อพยพโยกย้ายกันมาจนกระทั่งมาอยู่ที่เรือนเเพไม้ไผ่เเห่งนี้ เธอเป็นลูกสาวคนที่ 5 ของพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตั้งเเต่จำความได้ก็ไม่เห็นหน้าพ่อเเล้ว เเต่ก็ยังสู้อุตสาห์ทำมาหากินกันตามประสาเเม่ๆลูก อดมื้อกินมื้อ เเต่ไม่เคยมีเลยสักครั้งเดียว ที่เเม่จะไปฟูมฟายร้องขอใครกิน...เธอไม่เคยเห็น!!

เเม่จะตื่นเเต่ตี 3 ไปหาเก็บผลหมากรากไม้ที่อยู่ไม่ไกลจากเเพไม้ไผ่เท่าไรนัก เสร็จเเล้วก็จะนำมามัดมาห่อเป็นกำๆ เเล้วจะออกพายเรือไปขายทุกๆที่ ตั้งเเต่พระอาทิตย์ยังไม่โผล่ ขายจนกระทั่ง 2 ทุ่ม 3 ทุ่ม ถึงจะกลับ เป็นเเบบนี้ทุกวัน เธอสงสารเเม่เหลือเกิน อะไรที่พอจะช่วยเหลือเเม่ได้ในขณะนั้นเธอจะทำทันที

ความคิดของเด็กผู้หญิงตัวน้อยๆคนนี้ ตั้งใจจะเรียนหนังสือให้สูงที่สุดเท่าที่จะเรียนได้ ใฝ่ฝันวาดอนาคตไว้ว่าโตขึ้นจะต้องเป็นหมอให้ได้ เพื่อที่จะเอาความรู้ต่างๆที่ได้เล่าเรียนมา กลับมารักษาผู้เป็นเเม่ที่ 3 วันดี 4 วันไข้ เจ็บออดๆเเอดๆอยู่ตลอดเวลา เเละเธอจะทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้เเม่เเละพี่ๆน้องๆมีบ้านอยู่เป็นหลักเเหล่งกับเขาสักที เธอจะประหยัด เก็บหอมรอมริบจะได้มีเงินเยอะๆเพื่อสานฝันวิมานในอากาศให้เป็นจริงให้ได้......

เเม่หนูน้อยจบ ม.3 เเล้วก็สอบเรียนต่อชั้น ม.4 ที่โรงเรียนในตัวจังหวัดได้ เเต่ก็ต้องหยุดความฝันไว้เเต่เพียงเท่านั้นเพราะไม่มีเงินที่จะไปเรียนต่อ ความฝันที่จะมีบ้านให้เเม่เเละพี่ๆน้องก็พังทลายไม่เหลือสิ้น ความคิดของเเม่หนูน้อยในขณะนั้นก็คือ ต้องไปกรุงเทพเท่านั้นถึงจะมีเงินได้.........

ค่ำคืนนั้น ละครคณะคุณหนู ได้มาเปิดทำการเเสดงที่ใกล้บ้านของเธอ ได้การล่ะ...ยังไงเสีย ก็ต้องขอติดสอยห้อยตามเขาเข้าไปกรุงเทพให้ได้ คืนเเรกไปยืนอยู่ที่หน้าประตูทางเข้าตั้งเเต่ยังไม่ 1 ทุ่ม บัตรราคา 3 บาท เธอไม่มีเงินที่จะซื้อบัตรผ่านประตูเข้าไปได้ ก็ต้องรอจังหวะคนเก็บบัตรหน้าประตูเผลอ เเม่หนูน้อยก็จะค่อยๆเดินเข้าไปข้างในอย่างเงียบกริบ เเต่...ให้ตายเถอะ เธอก็จะต้องถูกลากออกไปทุกครั้งเหมือนกัน

คืนวันที่สองก็เป็นเหมือนเดิมอีก พอคนเก็บบัตรเผลอเธอก็เเอบเข้าเเล้วก็ถูกลากออกมาทุกครั้งไป จนกระทั่งถึงวันที่ 3 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการเเสดง มีคุณลุงเเก่ๆคนหนึ่งจำได้ว่าเเม่หนูคนนี้ถูกคนเก็บบัตรหน้าประตูลากออกมาตลอดทั้งสองวัน คุณลุงเเกก็สงสาร ได้มีน้ำใจซื้อบัตรให้เเม่หนูน้อยด้วยหนึ่งใบ โอกาสของเธอมาถึงเเล้ว หลังจากกราบขอบพระคุณคุณลุงผู้มีน้ำใจเรียบร้อยเเล้ว เธอก็ตรงดิ่งไปยังหลังเวทีไปนั่งเฝ้ายืนเฝ้านักเเสดงที่อยู่ข้างหลัง เพื่อที่จะขอเขากลับกรุงเทพด้วย

" นี่เเม่หนู ทำไมมานั่งมายืนอยู่เเถวนี้ล่ะ?...ไปดูหน้าเวทีจะดีกว่านะลูก..."

เสียงสุภาพสตรีวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าคณะของละครคณะนี้ ได้เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตา หลังจากที่สังเกตุเห็นพฤติการของเเม่หนูน้อยคนนี้อยู่นานพอสมควร

" เอ่ออออ คือว่า........"

" เเล้วหนูชื่ออะไรล่ะ? หรือหนูต้องการจะมาหาใคร? บอกป้าก็ได้นะลูก....." เสียงหัวหน้าคณะเอ่ยถามสำทับขึ้นมาอีกครั้ง.....

" หนูชื่อผ่องศรี..หนูไม่ได้มาหาใครหรอกค่ะคุณป้า...." เเม่หนูน้อยพูดตอบอย่างมีสัมมาคารวะ หลังจากได้ยกมือไหว้สตรีวัยกลางคนผู้นั้นเป็นที่เรียบร้อยเเล้ว

" เพียงเเต่ว่า...หนูอยากจะไปกรุงเทพด้วย จะให้หนูทำงานอะไรก็ได้ งานหนักงานเบาหนูจะทำทุกๆอย่างตามเเต่คนในคณะจะสั่ง...."

" เเล้วหนูไม่กลัวเหรอ ที่จะต้องไปกรุงเทพเพียงคนเดียวโดยที่ไม่ได้รู้จักใครเลย?...."

" ไม่กลัวค่ะ ขอเเต่เพียงให้หนูมีงานทำที่กรุงเทพ เเล้วเก็บเงินเก็บทองสร้างบ้านให้เเม่เเละพี่ๆน้องๆได้อยู่กัน เเค่นี้ก็พอเเล้วล่ะค่ะ....."

สายตาของสุภาพสตรีที่เป็นเจ้าของคณะ ได้จ้องมองมายังเด็กสาวด้วยเเววตาที่ชื่นชม สิ่งที่เเม่หนูน้อยที่กล่าวพาซื่ออยู่เมื่อสักครู่ มันกลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าของคณะได้เกิดความรู้สึกดีๆขึ้นมาอย่างประหลาด ความสงสาร เวทนา เเม่หนูน้อยคนนี้มันได้เกาะกุมหัวใจของเธออย่างเปี่ยมล้นไปจนหมดทุกห้อง

" เธอไม่กลัวเเน่นะ?.."
" ค่ะ..."

" งั้นดีล่ะ ก่อนละครเลิก เธอไปพาผู้ปกครองของเธอเข้ามาคุยกับฉัน ณ.ที่นี่หน่อยเป็นไร...."

สุภาพสตรีผู้เป็นเจ้าของคณะละครเร่ ยังกล่าวไม่ทันจบประโยคดี เสียงเเม่หนูน้อยกระโดดลงจากหลังเวทีดังตุ๊บ!!...เเล้วก็วิ่งไปตามเเม่อย่างสุดชีวิตตั้งเเต่เมื่อไรก็ไม่รู้......

ป้อง..
20/1/62

 

 

 

 

ความคิดเห็น

วันที่: 29-05-2020

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0

 <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/_jUHKM1YHcc" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>