Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

26.ข้าขอไปด้วย

ArjanPong | 31-10-2560 | เปิดดู 397 | ความคิดเห็น 0

 *** ตำนานนักรบกรุงศรี..***

26.ข้าขอไปด้วย!!
ติดตามต่อได้ที่ : www.arjanpong.com

 

                   

 

"ข้าพระยาตาก จากค่ายวัดพิชัย!! จะมุ่งหน้าไปข้ามแม่น้ำที่ด่านกบแจะ เมืองปราจีนบุรี ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง"ทุ่งศรีมหาโพธิ์" มีนัดหมายกับมิตรสหายร่วมตายไว้ที่นั่น!!...."

"อ้อออออ..ท่านพระยาตาก ข้าได้ยินชื่อเสียงของท่านมาหลายเพลาเเล้ว..."

กล่าวจบ หนุ่มใหญ่ผิวคล้ำหนวดเข้มที่นั่งอยู่บนคอช้าง ก็สอด"หน้าไม้"กลับเข้าไปยังซองหนังวัวที่อยู่ตรงซอกคอช้างไว้เหมือนเดิม ก่อนที่ชายหนุ่มรูปร่างบึกบึนทะมัดทะเเมงอีกคนที่อยู่ข้างล่าง จะลากเสียงยาวออกคำสั่งเจ้างางอนเเสนรู้ตัวนั้น

"จูนนนนนนนน..."
"อูมมมมมมม!!..."

หลังจากสิ้นเสียงสั่งของชายหนุ่มที่อยู่ข้างล่าง เจ้าช้างใหญ่เชีอกนั้น ก็ส่งเสียงสอดรับกึกก้องดังสะท้านป่า ก่อนที่มันจะงอข้อเท้าหน้า รับคนที่อยู่บนคอช้างลงมา พร้อมกับส่งตัวชายหนุ่มบึกบึนที่อยู่ข้างล่าง ขึ้นไปอยู่บนคอช้างเเทน

"ข้าขุนชำนาญไพรสนฑ์กับนายกองช้าง จากกรมทหารอาสาหกเหล่า รักษาพระนคร ดีใจที่ได้พบนักรบจากลุ่มน้ำปิง ที่ทุกคนต่างพากันร่ำลือถึงฝีมือเพลงดาบไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า"พระมหาเทพ" ครูดาบชั้น 1 เเห่งกรุงศรีในอดีตเลยทีเดียว!!.."

"ไม่หรอก..อย่าเอาข้าไปเปรียบเทียบกับครูท่านเลย..."

พระยาตากกล่าวจบ ก็ก้าวลงจากหลังม้า โดยมีหลวงราชเสน่หาเข้ามารับเชีอกม้าเเล้วจูงไปผูกใต้ต้นไม้ที่อยู่ไม่ไกลนัก พร้อมกับขุนชำนาญก็นั่งลงอยู่บนเนินดินเตี้ยๆ ก่อนที่จะมีนักรบเเห่ง"บ้านนา"คนหนี่ง นำไต้ติดไฟมาปักไว้ข้างๆ พร้อมกับกระบอกน้ำยื่นส่งมาให้

"เอ้า!! กินน้ำกินท่ากันก่อนท่าน.."

กล่าวจบ ขุนชำนาญก็ได้ยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่ไปให้พระยาตาก เพื่อที่จะให้ได้กินก่อน ท่านพระยารับน้ำไว้ พร้อมกระดกพรวดเดียวเกือบหมดกระบอก เเล้วจึงค่อยๆนั่งอยู่ไม่ไกลจากขุนชำนาญ ภายใต้เเสง"ไต้ตามทาง"ในยามพลบค่ำ ที่ไร้ซึ่งเเรงลมโหมกระพือพัด สรรพสิ่งเงียบสงัดในค่ำคืนของท้องฟ้ายามย่ำราตรี

"ค่ายพิชัยเเตกเเล้วกระนั้นหรือ?! พวกท่านจึงพากันมุ่งหน้ามาเส้นทางสายนี้!!.."
"ยัง..ยังไม่เเตก!! ข้าเพียงหวังจะออกมารวบรวมชาวสยามใจสู้ให้ได้มากที่สุด เเล้วจึงค่อยหวนกลับไปกอบกู้กรุงศรี!!...เเล้วเจ้าล่ะ?..เหตุไฉนจึงมาหลบซ่อนอยู่ที่"บ้านนา"อย่างนี้?!!
"เอื๊อกกกกก!!..."

ขุนชำนาญเเทบสำลักน้ำที่เหลือจากกระบอกไม้ไผ่ หลังจากที่พระยาตากได้ส่งกระบอกน้ำกลับคืนไปให้ ก่อนที่ท่านขุนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่

"วันพุธ เที่ยงคืน ขึ้น 1 ค่ำเดือนยี่ ปีจอ อัฐศกจุลศักราช 1128 ข้าได้รับคำสั่งจากท่านเจ้ากรมทหารอาสาหกเหล่า นำกำลัง 100 นาย เเล่นไปทางเรือหวังดักตีค่ายอังวะที่วัดท่าการ้อง ที่พวกมันบังอาจลากปืนใหญ่มาตั้งไว้หมายยิงถล่มเข้าไปในพระนคร...."

"คืนนั้น ข้าได้"หมื่นฤกษ์ มือฉมัง" ที่คนในกองทหารอาสาหกเหล่าทุกคน ยอมรับนับถือในเรื่องเวทย์มนต์คาถา มหาอุตม์ หนังเหนียว เเคล้วคลาดปลอดภัย เป็นผู้เรื่มกระทำพิธีอาบน้ำ"ว่านพญาหัวเสือ"เป็นว่านที่ได้มาจากสุโขทัย ที่"วัดตาเถรขึงหนัง"เด่นทางด้านคงกระพันชาตรี เเล้วหมื่นเเกก็เเจกว่านให้เคี้ยว พร้อมสวมใส่ผ้าประเจียดและรัดแขนด้วยว่าน เพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจเหล่าผู้กล้าหาญก่อนออกสู่สนามรบ!!.."

"พอได้เวลาอันเป็นมงคล พวกเราทั้งหมด ก็ลงเรือที่ท่า"ประตูมหาโภคราช"ของพระบรมมหาราชวัง ลงเรือผ่านคลองท่อ เร่งเดินทางไปยังวัดท่าการ้อง โดยมี"หมื่นฤกษ์ มือฉมัง" ถือดาบสองมือรำไปข้างหน้าเรือ ขณะที่ยังไม่ถึงวังหลังดีนัก"

"ปังงงงงง!!.."

"สิ้นเสียงปืนจากฝ่ายซุ่มโจมตีของอังวะ ร่างของ"หมื่นฤกษ์ มือฉมัง" ก็ลอยละลิ่วปลิวลงน้ำพร้อมกับเลือดเเดงฉานสาดกระเซ็นไปทั้งลำคลอง นักรบที่ผ่านพิธีอาบน้ำว่านผ่านน้ำมนต์ทั้งหลาย ต่างพากันหันฝีพายจ้ำอ้าวเข้าพระนคร โดยไม่มีใครจะรับฟังคำสั่งของข้าเลยเเม้เเต่คนเดียว!!"

"เจ้าก็เลยหลบมาอยู่ที่นี่?!.."
"อืมมมมมม...."

ขุนชำนาญตอบคำถามของพระยาตาก ด้วยน้ำเสียงที่ครางอยู่ในลำคอ เเม้จะเป็นเวลาย่ำค่ำ เเต่สายตาของพระยาตาก ก็สามารถมองเห็นหยาดน้ำใสๆบริเวณขอบตาทั้งสองข้างของชายหนุ่มผู้นี้ ที่เขาพยายามเชิดหน้าขึ้น จะไม่ยอมให้มันไหลร่วงหล่นริน ออกมาได้อย่างเด็ดขาด!!

ใช่เเล้ว!! มันหาใช่หยาดน้ำใสๆที่ไหลเกลือกกลั้ว มั่วมากับความอ่อนเเอ!! เเต่นี่มันคือสิ่งที่กลั่นออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุด ต่อการเเสดงความหมายถึงอาการเจ็บใจอย่างเห็นได้ชัด!!

พระยาตากโอบไหล่ขุนชำนาญเบาๆ เพื่อให้คลายความรู้สึกปวดเจ็บที่ตรงหัวใจ ต่อสิ่งต่างๆที่ผ่านมาของขุนชำนาญ

"เอาเถิดดด..ข้าก็เคยมีความรู้สึกเช่นเจ้า เดี๋ยวค่อยคิดอ่านกันต่อไปไม่ดีกว่าหรือ? เเต่ตอนนี้ การที่เจ้าออกมาร่วมรบกับพวกของข้าเมื่อสักครู่ ข้าเกรงว่ากองกำลังอังวะที่มีกองม้าจุ่โจมทะลวงฟัน ไม่ต่ำกว่า 2,000 ก็คงจะบดขยี้"บ้านนา"ของเจ้าจนไม่เหลือซาก!!..."

"ใช่!! ข้าก็คิดเช่นท่านเหมือนกัน!!...."

กล่าวจบ ขุนชำนาญก็รีบลุกขึ้น เเล้วออกคำสั่งด้วยเสียงอันดัง

"ไอ้หมึก!! มึงรีบม้าเร็วไปบอกคนในหมู่บ้านที่เหลือ ให้ขึ้นไปหลบบน"เขาโรงช้าง" เเลจนกว่าจะเห็นพวกอังวะมันผ่านพ้นไปสัก 2-3 ราตรีเสียก่อน จึงค่อยย้อนกลับลงมา!!.."

"ส่วนพวกมึงทั้งหลาย ใครจะกลับไปหาลูกหาเมียของพวกมึงกูก็ไม่ว่า เเต่ฝากบอกกับ"อีกระถิน" เมียกูด้วยว่า กูไปทัพกับพระยาตาก ไม่ต้องเป็นห่วงกูดอก!!..."

สิ้นเสียงของขุนชำนาญไพรสณฑ์ ไอ้หมึก ก็กระตุกบังเหียน ควบตะบึงม้าเร็วเร่งจนสุดฝีเท้า เพี่อรีบไปเเจ้งข่าวให้คนในหมู่บ้านได้รู้ถึงภัยที่กำลังจะมาถึง!!

ภาพที่พระยาตากเห็นอยู่ในขณะนี้ เหล่าผู้กล้า นักรบอาสาเเห่ง"บ้านนา" ไม่มีใครขยับตามไอ้หมึก กลับเข้าไปยังหมู่บ้านเลยเเม้เเต่คนเดียว!!

"ขอบใจ..เพื่อนผู้ร่วมชีวิต มิตรผู้ร่วมตายกันทุกคน ต่อเเต่นี้จุดหมายปลายทางของเรา ก็คือการเอากรุงศรีกลับคืนมา!!.."

กล่าวจบ พระยาตากก็ก้าวกระโดดขี่หลังม้า นำหน้าผู้เเหนหวงเเผ่นดินทั้งหลาย
มุ่งหน้าสู่ตะวันออก เพื่อรวบรวมไพร่พลจนกว่าจะพร้อม หวังจะตีโต้อริราชศัตรู กู้เเผ่นดินกลับคืนมาให้จงได้!!.....

 

 

ความคิดเห็น

วันที่: 14-10-2019

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0

 <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/_jUHKM1YHcc" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>