Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

อัญเชิญ “พระแก้วมรกต” หนีสงคราม!! ไปประดิษฐานในถ้ำพร้อมกรุมหาสมบัติ!!

ArjanPong | 25-04-2562 | เปิดดู 176 | ความคิดเห็น 0

 

 

         

พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือ พระแก้วมรกต เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย

ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (หรือ วัดพระแก้ว) ในพระบรมมหาราชวัง

กรุงเทพมหานคร พระแก้วมรกตสร้างขึ้นในปี พุทธศักราช 500 โดยพระนาคเสนเถระ วัดอโศการาม

กรุงปาฏลีบุตร ในแผ่นดินพระเจ้ามิลินท์ (เมนันเดอร์) สมเด็จพระอมรินทราธิราช พร้อมกับพระ

วิสสุกรรมเทพบุตร ได้นำแก้วโลกาทิพยรัตตนายก อันมีรัตนายกดิลกเฉลิม 1000 ดวง สีเขียวทึบ (หยกอ่อน)

นำมาจำหลักเป็นพระพุทธรูปถวายให้พระนาคเสน ถวายพระนามว่า พระพุทธรัตนพรรณมณีมรกต 

         

                      สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ วัดบวรนิเวศวิหาร

 

 

           

       พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) วัดโพธิสมภรณ์ จังหวัดอุดรธานี

 

          

       บันไดทางขึ้นไปยังปากถ้ำฤๅษีสมบัติ จะเห็นว่ามีป้อมยามรักษาการณ์อยู่หน้าปากถ้ำทั้ง ๒ ด้าน 

 

อัญเชิญ “พระแก้วมรกต” หนีสงคราม!!
ไปประดิษฐานในถ้ำพร้อมกรุมหาสมบัติ!!
www.arjanpong.com
#พระเเก้วมรกต #สงครามโลก #เพชรบูรณ์
เรื่องเล่าที่ชาวบ้านในละแวกถ้ำฤๅษีสมบัติเล่าว่า เคยมีการอัญเชิญพระแก้วมรกตมาประดิษฐานไว้ในถ้ำแห่งนี้ ทำให้คณะผู้สนใจจากจังหวัดเพชรบูรณ์ อันประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เหล่ากาชาด หัวหน้าส่วนราชการ นักปราชญ์ท้องถิ่น และนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ได้เดินทางไปสัมภาษณ์พระมหาเถระรูปนั้น เพื่อความแน่ใจและชัดเจนสำหรับข้อมูลดังกล่าวในวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๕๒

พระผู้ใหญ่หรือพระมหาเถระที่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์กล่าวถึงนี้คือ พระอุดมญาณโมลี (หลวงปู่จันทร์ศรี จนฺททีโป) ขณะที่สัมภาษณ์ท่านนั้น ท่านมีอายุ ๙๘ ปี พระอุดมญาณโมลีมีนามเดิมว่า จันทร์ศรี แสนมงคล เกิดเมื่อวันอังคารที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๔๕๔ จังหวัดขอนแก่น บรรพชาเมื่ออายุ ๑๔ ปี และอุปสมบทในปี พ.ศ. ๒๔๗๔ ที่วัดศรีจันทร์ จังหวัดขอนแก่น ได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่สำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร จนสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยคในปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ต่อมาได้มีโอกาสออกธุดงค์กรรมฐานกับหลวงปู่เทสก์ เทสรํสี หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ และยังเคยมีโอกาสได้อุปัฏฐากรับใช้หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต อย่างใกล้ชิดในช่วงระยะเวลาหนึ่ง

เมื่อคณะของผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ไปกราบเรียนสัมภาษณ์พระอุดมญาณโมลี เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ท่านได้รับพระบัญชาจากสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ให้มาอัญเชิญพระแก้วมรกตจากถ้ำแห่งหนึ่งที่เมืองเพชรบูรณ์กลับไปยังกรุงเทพมหานคร ท่านได้เล่าให้ฟังด้วยใบหน้าที่อิ่มเอิบ หัวเราะร่าเริง พูดคุยได้อย่างฉะฉานคล่องแคล่ว และที่สำคัญคือความจำที่เป็นเลิศ สามารถสนทนาเล่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ รวมทั้งปีพุทธศักราชได้อย่างแม่นยำถูกต้อง โดยท่านได้เล่าให้ฟังว่า

“…เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ มีพระบัญชาให้หลวงพ่อซึ่งในขณะนั้นสอบได้เปรียญธรรม ๔ ประโยค จำพรรษาอยู่ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ให้เป็นผู้เดินทางไปอัญเชิญพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญไปประดิษฐานอยู่ในถ้ำแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบูรณ์ ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ไปกับลูกศิษย์คนหนึ่งและหม่อมเจ้าหรือหม่อมราชวงศ์? จากสำนักพระราชวังคนหนึ่ง ซึ่งจำไม่ได้เพราะทุกคนเสียชีวิตหมดแล้ว เดินทางโดยรถไฟสายกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ไปลงที่สถานีรถไฟตะพานหิน จังหวัดพิจิตร แล้วนั่งรถยนต์ ซึ่งขณะนั้นใช้ฟืนถ่านต้มหม้อน้ำให้เดือด แล้วไอน้ำดันเครื่องยนต์ทำงานขับเคลื่อนล้อรถ เดินทางไปถึงเพชรบูรณ์หนทางลำบากมาก…”

หลังจากที่ท่านเดินทางมาถึงเพชรบูรณ์แล้ว ก็ได้อัญเชิญพระแก้วมรกตออกจากถ้ำ พร้อมด้วยทรัพย์สินของมีค่าต่างๆ ขึ้นรถบรรทุกที่มีทหารคอยรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด พระอุดมญาณโมลีเล่าต่อไปว่า

“…การอัญเชิญพระแก้วมรกตในครั้งนี้มีทรัพย์สินอย่างอื่นด้วย คือ ทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ และสมบัติอื่นๆ อันมีค่าของชาติ โดยมีพิธีการอัญเชิญ มีทหารยืนเข้าแถวเป็นระเบียบ ตั้งแถวเป็นแนวยาวรอรับ มีนายทหาร มีทหารฝรั่งต่างชาติด้วย และมีทหารผิวดำคล้ายๆ ทหารจากแอฟริการ่วมในพิธีด้วย โดยการอัญเชิญกลับในครั้งนั้น บรรทุกเดินทางโดยขบวนรถยนต์ของทางการทหารกลับกรุงเทพฯ ซึ่งหลวงพ่อก็ไม่ได้กลับพร้อมขบวนรถนั้น โดยในระหว่างนั้นหลวงพ่อได้ไปพักที่วัดมหาธาตุ ในตัวเมืองเพชรบูรณ์ พักอยู่เป็นเวลาประมาณ ๗ วัน…”

เรื่องราวที่ระบุว่าพระแก้วมรกตเคยถูกอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ถ้ำฤๅษีสมบัตินั้น จึงเป็นกรณีข้อมูลในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่ไม่มีบันทึกในประวัติศาสตร์ชาติ อาจจะเป็นเพราะการปิดข่าวเพื่อความปลอดภัยขององค์พระแก้วมรกตและทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินจึงทำให้ไม่มีการรับรู้อย่างกว้างขวาง ประเด็นเหล่านี้ยังมีความจำเป็นที่ท่านผู้รู้และผู้สนใจทั้งหลายควรจะได้ช่วยกันหาคำตอบ เพื่อจะได้คลี่คลายปมประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ของชาติในเรื่องพระแก้วมรกตให้มีความกระจ่างชัดสมบูรณ์มากขึ้นต่อไป.....

Credit : ธีระวัฒน์ แสนคำ

ความคิดเห็น

วันที่: 14-10-2019

แสดงความคิดเห็น
All Comments: 0 Pages: 1/0

 <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/_jUHKM1YHcc" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>