Support
Arjan Pong
035 323239, 035 323240, 089 8129392
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ

                             

                                            

                                                

                                 สถานีวิทยุกระจายเสียง F.M 89.75 MHz.

                                      คลื่นสมุนไพร พระนครศรีอยุธยา

                                                                         

 

 

 

 

 

    089 8129392

 ID : 089 8129392

  www.facebook.com/taapng123

 

 

 

 

 

 

 

 สั่งซื้อสินค้าได้ทางโทรศัพท์ ข้อความ หรือทาง Line เท่านั้นนะครับ..

 

 

 

...................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

*** ข่าวพลังภูผา...***
จริงหรือ?วิญญาณอดีตกษัตริย์ของกรุงศรีฯ 
ขับไล่พระเจ้าตากสินให้ไปอยู่ที่อื่น!!
www.arjanpong.com
#พลังภูผา #ธรณีสันฑะฆาต
ในพระราชพงศาวดารฉบับหมอบรัดเล กล่าวว่า ในคืนประทับแรมที่กรุงศรีอยุธยานั้น พระเจ้าตากสินได้ทรงเล่าให้คนทั้งหลายฟังในตอนเช้าว่า อดีตกษัตริย์ของกรุงศรีอยุธยาได้มาเข้าฝันขับไล่ไม่ให้อยู่ “เราคิดสังเวชเห็นว่าบ้านเมืองจะรกร้างเป็นป่า จะมาช่วยปฏิสังขรณ์ทำนุบำรุงให้บริบูรณ์ดีดังเก่า แต่เมื่อเจ้าของเดิมท่านยังหวงแหนอยู่ฉะนี้ เราชวนกันไปสร้างเมืองธนบุรีอยู่เถิด...”

แต่ในพระราชพงศาวดารกรุงสยาม ฉบับที่เป็นสมบัติของบริติซมิวเซียม กรุงลอนดอน กล่าวถึงเหตุที่ทรงทอดทิ้งกรุงศรีอยุธยาไว้ว่า

“...ทอดพระเนตรเห็นอัฐิกะเฬวรคนทั้งปวง อันถึงวิบัติฉิบหายด้วย ทุพภิกขะโจระโรคะ สุมกองอยู่ดุจหนึ่งภูเขา และเห็นประชาชนซึ่งลำบากอดอยากอาหาร มีรูปร่างประดุจหนึ่งเปรตปีศาจพึงเกลียด ทรงพระสังเวช ประดุจมีพระทัยเหนื่อยหน่ายในราชสมบัติ จะเสด็จไปเมืองจันทบูร จึ่งสมณพราหมณาจารย์ เสนาบดี ประชาราษฎร ชวนกันกราบทูลอาราธนาวิงวอน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมหน่อพุทธางกูรตรัสเห็นประโยชน์อันจะเป็นปัจจัยแก่พระปรมาภิเษกสมโพธิญาณนั้นก็รับอาราธนา จึ่งเสด็จยับยั้งอยู่ ณ พระตำหนักเมืองธนบุรี”

และในจดหมายของ"บาทหลวงคอร์" ที่รายงานไปยังฝรั่งเศส ฉบับลงวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๓๑๓ กล่าวไว้ว่า

“บรรดาคนทั้งหลายเรียกพระเจ้าตากว่าพระเจ้าแผ่นดิน แต่พระเจ้าตากเองว่าเป็นเพียงผู้รักษากรุงเท่านั้น พระเจ้าตากหาได้ทรงประพฤติเหมือนอย่างพระเจ้าแผ่นดินก่อนๆไม่ และในธรรมเนียมของเจ้าแผ่นดินฝ่ายทิศตะวันออกที่ไม่เสด็จออกให้ราษฎรเห็นพระองค์ ด้วยกลัวจะเสื่อมเสียพระเกียรติยศนั้น พระเจ้าตากไม่ทรงเห็นชอบด้วยเลย

พระเจ้าตากทรงพระปรีชาสามารถยิ่งกว่าคนธรรมดา เพราะฉะนั้นจึงไม่ทรงเกรงว่าถ้าเสด็จออกให้ราษฎรพลเมืองเห็นพระองค์และพระองค์มีรับสั่งด้วยแล้ว จะทำให้เสียพระราชอำนาจลงแต่อย่างใด? เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์จะทอดพระเนตรการทั้งปวงด้วยพระเนตรของพระองค์เอง และจะทรงฟังการทั้งหลายด้วยพระกรรณของพระองค์เองทั้งสิ้น!!

พระองค์ทรงทนทานต่อความเหน็ดเหนื่อย ทั้งทรงกล้าหาญและพระปัญญาก็เฉียบแหลม มีพระนิสัยกล้าได้กล้าเสียและพระทัยเร็ว ถ้าจะว่าก็เป็นทหารอันกล้าหาญคนหนึ่ง...”

ถึงแม้ว่าประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้ อาจจะย้อนแย้งเคลือบเเคลงสงสัยกันอยู่บ้าง ถึงอย่างไรก็ตามแต่ สิ่งหนึ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงสร้างไว้ให้กับลูกหลานคนไทย นั่นก็คือการกอบกู้อิสรภาพของสยามขึ้นมาใหม่ให้พวกเราได้มีผืนแผ่นดินอยู่จนกระทั่งปัจจุบันนี้

สิ่งนี้ต่างหาก เป็นสิ่งที่ลูกหลานไทยไม่มีใครผู้ใดเคลือบแคลงสงสัยทั้งสิ้น!!...

........................

รายการ : #ข่าวพลังภูผา #ธรณีสันฑะฆาต
Radio online : www.arjanpong.com
FM 89.75 MHz. #พระนครศรีอยุธยา 
Time : 06.00-08.00 น./17.00-19.00 น ทุกวัน 
โทร/line : 0898129392
Email : arjanpong123

 

.....................

 

Live : หลวงพ่อคอหัก อยุธยา!!

www.arjanpong.com

 

               

 

 

 

ประวัติความเป็นมา พระสุริยะมุนี เดิมชื่อว่า “หลวงพ่อคอหัก” ผู้พบคนแรกคือ คุณพวง อุณจักร์ เล่าว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.๒๔๗๕ ท่านย้ายจากสถานีทุ่งสง นครศรีธรรมราช ไปเป็นนายสถานีอยุธยา ได้เห็นโคกแห่งหนึ่งในบริเวณสถานีอยุธยาเต็มไปด้วยป่าสะแกรกรุงรังมาก เป็นที่พักเลี้ยงควายของชาวบ้านคุณพวงพบชิ้นส่วนพระพุทธรูปทิ้งกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป จึงเก็บรวบรวมมากองไว้ด้วยกัน พร้อมกับนำชิ้นส่วนของพระพุทธรูปมาปะติดปะต่อกันได้มาเป็น พระพุทธรูปองค์หนึ่ง ชาวบ้านเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “หลวงพ่อคอหัก” เนื่องจากปะติดปะต่อกันจากชิ้นส่วนที่เก็บมาได้

 

พระครูศิลกิตติคุณ (หลวงพ่ออั้น) วัดพระญาติการาม เล่าว่า บริเวณที่พบชิ้นส่วน “ หลวงพ่อคอหัก ” เดิมเป็นที่ตั้งของวัด ๒ วัดอยู่ติดกัน คือ วัดไผ่ล้อมวัดหนึ่งกับวัดกระบือวัดหนึ่ง ต่อมาได้ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา จึงกลายเป็นวัดร้างทั้งสองวัด อภินิหารหลวงพ่อคอหัก คุณพวงฯ เล่าอีกว่า ภายหลังจากที่ได้นำชิ้นส่วนมาประกอบกันจนได้เป็นหลวงพ่อคอหักแล้ว ท่านและพนักงานรถไฟก็เข้าไปกราบไหว้บูชาหลวงพ่อกันเป็นประจำ พร้อมกับบูรณะสถานที่ให้สะอาดสวยงามขึ้นเรื่อยๆ ประชาชนที่ผ่านไปมาก็แวะมากราบไว้บูชาเป็นจำนวนมากเช่นกัน

 

อยู่มาวันหนึ่ง คุณพวงได้ชักชวนพนักงานรถไฟร่วมหุ้นกันซื้อลอตเตอรี่ หุ้นละ ๑๐ สตางค์ (เงินในสมัยนั้น) เป็นเงิน ๑ บาท แล้วอาราธนาหลวงพ่อคอหักขอให้ถูกรางวัล ปรากฏว่าลอตเตอรี่ใบนั้น ถูกรางวัลที่ ๑ ได้เงินมา ๘๐,๐๐๐ บาท แบ่งกันไปตามหุ้น หุ้นละ ๘,๐๐๐ บาท ในสมัยนั้น เงิน ๘,๐๐๐ บาท ก็ทำให้คนบางคนกลายเป็นเศรษฐีย่อยๆ ไปได้เหมือนกัน คุณพวงจึงได้ชวนการสร้างวิหารสำหรับประดิษฐานหลวงพ่อคอหัก สิ้นเงินไปประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ต่อจากนั้นได้รวบรวมชิ้นส่วนพระพุทธรูปที่เหลือมาประกอบขึ้นเป็นองค์พระได้อีก ๘ องค์ รวมหลวงพ่อคอหักจึงมีหลวงพี่ที่อยู่ในวิหารแห่งนั้น ๙ องค์ด้วยกัน

 

ข่าวคุณพวงฯ และพนักงานรถไฟถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ ทำให้ชาวบ้านในละแวกนั้นเล่าลือกระพือข่าวออกไป ชาวบ้านจึงพากันมากราบไหว้บูชาหลวงพ่อคอหักมากขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำมนต์หลวงพ่อหมดไปวันละ ๓ โอ่ง ผู้ที่ซื้อลอตเตอรี่ก็ถูกรางวัลกันไปมากบ้างน้อยบ้าง คุณพวงเองก็ถูกรางวัลไม่น้อยกว่าสิบครั้ง

 

คุณเฮาะจิว นิธากร เจ้าของโรงงานถ่านไฟฉายยี่ห้อ “ไบรัท” ตราใบโพธิ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในหลวงพ่อคอหัก เล่าว่า สมัยที่ยังหนุ่มแน่นท่านนั่งรถไฟไปมาค้าขายระหว่างกรุงเทพฯ – ปากน้ำโพอยู่เป็นนิจ เวลาผ่านหลวงพ่อคอหักทีไรก็ยกมือไหว้ท่วมหัว พร้อมอธิษฐานว่าถ้ามั่งมีศรีสุขเมื่อไรจะสร้างวิหารคอนกรีตถวาย ปรากฏว่าตอนหลังท่านร่ำรวยขึ้นจริงๆ จนเมื่อท่านอายุได้ ๖๗ ปี จึงได้สร้างวิหารพร้อมสะพานคอนกรีตถวายดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน......

 

 

  • You don't have permission!

คุณยังไม่ได้เข้าสู่ระบบ

กรุณาคลิก Sign-In เพื่อเข้าใช้งาน

หน้าหลัก Sign In

 <iframe width="560" height="315" src="https://www.youtube.com/embed/_jUHKM1YHcc" frameborder="0" allowfullscreen></iframe>